ปีการศึกษา 2542

































































(พ.ศ.2543 , ปีการศึกษา 2542)
ชื่อเรื่อง
แนวทางในการอนุรักษ์หมู่บ้านมอญพระประแดง กรณีศึกษาหมู่บ้านทรงคนอง
GUIDELINES FOR THE CONSERVATION OF A MON VILLAGE :  THE CASE OF SONGKANONG VILLAGE
ชื่อผู้แต่ง นางสาว สรัญญา ชูชาติไทย (สาขาวิชาอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและชุมชน)
อาจารย์ที่ปรึกษา
1. ผศ.ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ อาจารย์ที่ปรึกษา
2. ศ.ผุสดี ทิพทัส กรรมการ
บทนำ
          หมู่บ้านทรงคนองเป็นหนึ่งในหมู่บ้านของชาวมอญในอำเภอพระประแดง  เมื่อสมเด็จพระพุทธเลิศ
          หล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯให้อพยพชาวมอญเพื่อมาตั้งถิ่นฐานพร้อมกับการก่อสร้างเมืองนครเขื่อน
          ขันธ์ อันเป็นเมืองหน้าด่านทางทะเลในปี พ.ศ.2358 โดยหมู่บ้านทรงคนองเป็นหมู่บ้านที่ยังคงมี
          กลุ่มเรือนไทยมอญที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมและเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยมอญที่มีเอกลักษณ์ชัด
          เจนที่สุดในอำเภอพระประแดง ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มอาคารที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นตัวอย่าง
          ของหมู่บ้านมอญในอำเภอพระประแดง
          งานวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนะแนวความคิดในการอนุรักษ์หมู่บ้านทรงคนอง   โดยที่
           เน้นด้านสถาปัตยกรรมและภาพรวมของหมู่บ้าน  โดยเริ่มจากการศึกษาหลักการ ทฤษฎี  แนวความ
           คิดในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและชุมชนพื้นถิ่น ประวัติ
ศาสตร์   ความเป็นมาของอำเภอพระประ
           แดงและชาวไทยมอญ   และทำการสำรวจสภาพปัจจุบันของหมู่บ้านทรงคนองซึ่งมีหมู่บ้านโรงเรือ 
           เป็นส่วนหนึ่งในปัจจุบัน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้ทำการวิเคราะห์ปัญหา  คุณค่า ศักยภาพของพื้นที่เพื่อ
           มาสรุปเป็นแนวความคิด   และแนวทางในการอนุรักษ์หมู่บ้านทรงคนองผลของการวิจัยพบว่าแนว
           ทางที่เหมาะสมในการอนุรักษ์หมู่บ้านทรงคนอง คือการอนุรักษ์เพื่อเป็นย่านที่อยู่อาศัยของคนมอญ
           ต่อไป  และส่งเสริมคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านทรงคนอง พร้อมกับเชื่อมโยงหมู่บ้านกับ
           สถานที่สำคัญในอำเภอพระประแดง     โดยเสนอแนวทางในการอนุรักษ์และปรับปรุงทางกายภาพ
           การควบคุมกิจกรรม และการก่อสร้างอาคาร การปรับปรุงสถาปัตยกรรม ,ระบบการสัญจรและการ
           เข้าถึง,ระบบสาธารณูปโภค, ระบบพื้นที่เปิดโล่ง,โครงการอนุรักษ์และปรับปรุงด้านกายภาพของ
           ชุมชน และแนวทางในการจัดการอนุรักษ์หมู่บ้านทรงคนอง
  

(พ.ศ.2543 , ปีการศึกษา 2542)
ชื่อเรื่อง

การศึกษาเพื่อจัดทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟู ย่านสามแพร่ง

A STUDY FOR THE PRESERVATION AND RENEWAL PROGRAM OF SAM PRANG DISTRICT
ชื่อผู้แต่ง นางสาว วิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ (สาขาวิชาอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและชุมชน)
อาจารย์ที่ปรึกษา
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิต อาจารย์ที่ปรึกษา
2. รองศาสตราจารย์ ดร. ทิพย์สุดา ปทุมานนท กรรมการ
วัตถุประสงค์
          ย่านสามแพร่งได้แก่ บริเวณแพร่งนรา แพร่งภูธรและแพร่งสรรพศาสตร์ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่
          สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงรัตนโกสินทร์  เนื่องจากการเป็นที่ตั้งของวังกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์วัง
          กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์และวังกรมหลวงสรรพศาสตร์ศุภกิจซึ่งชื่อของวังทั้งสามแห่งนี้ได้ปรากฏ
          เป็นคำเรียกว่า ย่านสามแพร่ง ในความหมายของการเป็นทางบกเพียงทางเดียวที่ผ่านพระนครชั้นใน
          ออกสู่พระนครชั้นนอก นอกจากนี้ ความสำคัญของย่านสามแพร่งยังเกิดจากชื่อเสียงในการเป็นย่าน
          การค้าชั้นนำและการเป็นแหล่งขายสินค้าเฉพาะเพื่อบริการแก่หน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่โดยรอบพื้น
          ที่เมื่อหน่วยงานราชการทยอยย้ายออกไปจากพื้นที่ได้ส่งผลให้ย่านสามแพร่งลดบทบาทความสำคัญ
          ลง ประเด็นการฟื้นฟูย่านสามแพร่งจึงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ  โดยหน่วยงานรัฐบาล
          ท้องถิ่น ได้จัดทำแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านสามแพร่งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในแผนอนุรักษ ์กรุงรัตน
          โกสินทร์ และในปี พ.ศ.2541 ประชาชนผู้อาศัยอยู่ในย่านสามแพร่งจึงได้จัดตั้งประชาคมคลองคู
          เมืองเดิมสามแพร่งเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูย่านของพวกเขาให้กลับคืนความสำคัญ     ซึ่งนับได้ว่า
          เป็นการอนุรักษ์ที่เริ่มต้นจากชุมชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
          การวิจัยนี้   เป็นการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในย่าน  ได้มีส่วนร่วม
          ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูถิ่นอาศัย   โดยอาศัยการศึกษาภาคสนามด้วยวิธีสังเกต การณ์ สัมภาษณ์และ
          วิเคราะห์ข้อมูลตามหลักวิชาการ "ปรากฏการณ์ศาสตร์"   เพื่อให้เข้าใจความหมายของย่านจากการ
          อยู่อาศัยของผู้คน  ในนัยยะที่เป็น ถิ่นอาศัย   ถิ่นปฏิสันถาร ถิ่นต้อนรับขับสู้ ถิ่นความเชื่อศรัทธาและ
          ถิ่นแห่งภราดรภาพในชุมชน    และการวิจัยได้อาศัยการประเมินคุณค่าตลอดจนความแท้ของย่านทั้ง
          ทางด้านกายภาพและกิจกรรม   ด้วยวิธีการของการอนุรักษ์ย่านประวัติศาสตร์และชุมชน ต่อมาจึงทำ
          การเปรียบเทียบความต้องการของผู้คนในย่านกับโครงการ    ในแผนของหน่วยงานภาครัฐจนได้ผล
          สรุปของงานวิจัยชิ้นนี้เป็น  โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านสามแพร่ง   โครงการอนุรักษ์ที่ได้จากการ
          วิจัยประกอบด้วย โครงการองค์รวมและโครงการประสาน ยั่งยืนได้แก่ โครงการชวนชิมอาหารลาน
          ภูธเรศ โครงการแพร่งนราถนนแห่งชีวิต โครงการตะละภัฏโรงเรียน-โรงเล่น  โครงการแพร่งสรรพ
          ศาสตร์ตลาดชุมชน   และโครงการตลาดผลไม้เครื่องแบบเครื่องหมายหลังกระทรวงในการนำโครง
          การอนุรักษ ์ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 4ขั้นตอน ได้แก่ เสริมสร้างรากฐาน คือ
          การส่งเสริมให้ผู้คนในย่านเห็นความสำคัญและร่วมมือในการอนุรักษ์      เครื่องมือประสานคือการ
          เลือกรูปแบบองค์กรชุมชนที่มีประสิทธิภาพ     ประชาสัมพันธ์โครงการ  คือ   การเผยแพร่โครงการ
          อนุรักษ์สู่สาธารณชน และรัฐบาลสนับสนุน คือ การประสานการดำเนินงานอนุรักษ์    ด้วยความเข้า
          ใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชน